Veidan Stream Work Life ไขข้อสงสัย ทำงานแล้วสมองตื้อ มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?

ไขข้อสงสัย ทำงานแล้วสมองตื้อ มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง?



ปัญหาเรื่องสมองตื้อระหว่างทำงาน

ปัญหาเรื่องสมองตื้อระหว่างทำงาน เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเป็นบ่อยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มักจะใช้เวลาทำงานวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง รวมทั้งคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ต้องคิดงานหรือหางานอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งบางคนยังทำงานไม่เป็นเวลาอีกด้วย ดังนั้นปัญหาเรื่องสมองตื้อเมื่อทำงานนาน ๆ แล้วคิดงานไม่ออก จึงเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานหนัก หรือทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานจะต้องเจอกันทุกคน เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า หากทำงานเยอะจนสมองตื้อ จะมีวิธีแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง

รู้จักกับ Brain Dump จัดการปัญหาสมองตื้อได้ไม่ยาก

หากใครที่ต้องทำงานเป็นประจำทุกวัน หรือต้องคิดงานหนัก ๆ ในทุก ๆ วัน จะต้องทำความรู้จักกับ Brain dump ซึ่งจะเป็นการจัดระเบียบความคิด หรือการถ่ายทอดความคิดเรื่องราวที่อยู่ในหัวออกมา โดยกองไว้ด้วยการจดลงบนกระดาษ สมุด คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์นั่นเอง เพราะวิธีนี้จะช่วยให้สมองเราไม่ต้องจดจำข้อมูลจำนวนมากเอาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย เรื่องส่วนตัว หรือปัญหาอื่น ๆ และการจัดระเบียบความคิดในรูปแบบนี้ จะช่วยให้สมองเราว่าง สามารถคิดงานได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีทำ Brain dump จัดการความคิดอย่างไร ง่ายที่สุด

อย่างแรกก่อนที่จะทำ Brain dump ได้นั้น จะต้องมีอุปกรณ์เสียก่อน ซึ่งอุปกรณ์การทำจะมีอุปกรณ์ง่าย ๆ เพียง ลงมือเขียนหรือจดทุกอย่างที่อยู่ในหัว อย่างเช่น พรุ่งนี้อยากกินข้าวมันไก่, พรุ่งนี้ต้องทำงานอันนี้ให้เสร็จ, อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด, หรือไม่อยากทำงานแล้ว เป็นต้อง ซึ่งการเขียนในรูปแบบนี้จะเปรียบเสมือนการระบายสิ่งที่คิดทั้งหมด และเมื่อเราเขียนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้หยุดพักสมองเสียก่อน เพื่อให้สมองของเราได้พักผ่อนนั่นเอง

จัดการความคิดด้วย Brain dump ดีอย่างไร

แน่นอนว่าคงจะไม่ใช่เรื่องดีหากเราทำงานหนักในทุก ๆ วัน โดยไม่ได้หยุดพักผ่อน หรือมีวันหยุดเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เพราะสมองของเราจะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องการทำงานหรือเรื่องชีวิตประจำวัน ดังนั้นการทำ Brain dump จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ทุกคนได้ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น

  • ช่วยให้ทุกคนได้คลายเครียดจากการทำงาน หรือปัญหาต่าง ๆ 
  • สามารถจัดการความคิดได้ดีที่สุด ช่วยให้สมองโล่งและสามารถคิดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยจัดการเวลาในการทำงาน รวมทั้งจัดการชีวิตได้เป็นอย่างดี และมีระเบียบมากยิ่งขึ้น

เมื่อสมองของเรามีเรื่องให้คิดน้อยลง สมองของเราจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอาการสมองตื้อระหว่างทำงานก็จะหายไปอย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นทุกคนควรถ่ายโอนข้อมูลต่าง ๆ ในสมองเอาไว้ที่อื่นบ้าง เพราะเราก็สามารถกลับไปดูได้ทุกเมื่อ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้สมองโล่ง และสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

Related Post

เมื่อเราเป็นน้องใหม่ ปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับที่ทำงาน

เมื่อเราเป็นน้องใหม่ ปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับที่ทำงานเมื่อเราเป็นน้องใหม่ ปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับที่ทำงาน

เป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องเป็นน้องใหม่ในที่ทำงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่ค่อนข้างกังวลในการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน เพราะไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ก็ไม่แปลกเลยที่จะกังวล ซึ่งจริงๆ แล้ววิธีการปรับตัวเมื่อเราต้องเป็นน้องใหม่นั้นไม่ยากเลย เรามาดูกันว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง 1. ให้ความสำคัญกับการทักทายและการแนะนำตัว สิ่งแรกที่อยากจะแนะนำคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ต้องกลัวว่าจะอายุเยอะหรือน้อยกว่าเรา การเริ่มต้นที่ดี จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างแน่นอน ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มเข้าทำงาน อย่าลืมแนะนำตัวกับทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร สร้างความประทับใจแรกด้วยการ มีมารยาท มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน รวมถึงพยายามจำชื่อเพื่อนร่วมงานให้ได้เร็วที่สุด ชวนคุยก่อนบ้างตามโอกาสไม่ต้องเขินอาย 2. ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน การใช้เกียรติเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราที่เป็นเด็กใหม่ในการทำงานต้องให้เกียรติคนที่อยู่ก่อน ด้วยการรับฟังคำแนะนำ

แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

5 แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน5 แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

แม้การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นหน้าที่หลักของผู้พัฒนาองค์กร แต่ในยุคที่เราต้องก้าวให้ไกลก้าวให้เร็ว ดังนั้นเราจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สามารถเปลี่ยนอนาคตทั้งหมดแต่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังวางแผนอยากพัฒนาตัวเองอยู่ วันนี้เรามี 5 แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมาฝาก 5 แนวคิดเพิ่มประสิทธิภาพทำการทำงาน อยากให้งานออกมาราบรื่นแถมมีเวลาเหลือสำหรับพักผ่อนต้องรู้ว่าควรบริหารจัดการยังไง 1. งานไหนไม่จำเป็นตัดทิ้งเสีย เช่น งานออกแบบ UX UI งานที่ต้องรับผิดชอบส่วนใหญ่ คือ การออกแบบโครงสร้างเว็บ แอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนั้นอะไรก็ตามที่มองแล้วว่าไม่สนับสนุนให้มีความก้าวหน้า เช่น เล่นโซเชียล เสพติด YouTube ขอแนะนำให้ตัดออกจากชีวิตไปเสีย แต่ไม่แนะนำให้ทำทีเดียวหรือหักดิบ ค่อย ๆ